วิธีแก้ปัญหา ต้นไม้ใบเหลือง ใบร่วง ใบไหม้

หมดปัญหา ต้นไม้ใบเหลือง เทคนิคการรักษา อาการต้นไม้ใบเหลือง

ต้นไม้ใบเหลือง

ต้นไม้ใบเหลือง ใบไหม้ ใบเหลืองร่วง เป็นปัญหาที่พบบ่อย สำหรับคนที่รักการปลูกต้นไม้ บางครั้งอาการต้นไม้ใบเหลืองก็ไม่ใช่เรื่องที่อันตรายถึงขนาดที่ทำให้ต้นไม้ตายได้ แต่ในบางกรณีต้นไม้ที่แสดงอาการใบเหลือง แล้วใบร่วงหรือใบไหม้ ก็อาจทำให้ต้นไม้ตายได้เช่นกัน สิ่งสำคัญเราต้องรู้ว่าต้นไม้ที่แสดงอาการใบเหลืองของเรามีสาเหตุมาจากอะไร เมื่อรู้สาเหตุจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง และตรงจุดมากขึ้น

สาเหตุต้นไม้ใบเหลืองร่วง ใบไหม้  ใบร่วง  เกิดได้จากหลายสาเหตุได้แก่

ต้นไม้ใบเหลืองหลังจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง

ต้นไม้ใบเหลืองร่วง  หลังจากที่ฝนตกอย่างหนักและต่อเนื่อง และเกิดน้ำท่วมขังที่โคนต้น หรือเกิดน้ำท่วมแปลงปลูก  ทำให้น้ำเข้าแทนที่ออกซิเจนที่อยู่ในดิน ส่งผลให้พืชขาดออกซิเจนหายใจไม่ได้จึงทำให้พืชดูดซับธาตุอาหารไปใช้เลี้ยงต้นไม่ได้  ทำให้ต้นไม้ขาดสารอาหารจึงแสดงอาการใบเหลือง และถ้าน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ใบที่เหลืองก็จะค่อยๆร่วง 

วิธีการแก้ไขอาการต้นไม้ใบเหลืองที่เกิดจากน้ำท่วมขัง  

ให้ระบายน้ำออกจากโคนต้นหรือบริเวณที่เกิดน้ำท่วมขัง  แล้วฉีดพ่นปุ๋ยทางใบที่มีธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม การฉีดพ่นทางใบจะช่วยให้ต้นไม้สามารถดูดซับสารอาหารทางใบไปใช้ได้ ทำให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหาร ที่ต้องการ อาการต้นไม้ใบเหลือง ร่วง ก็จะค่อยๆดีขึ้น สำหรับการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ ควรเน้นปุ๋ยที่มีทั้งธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม ร่วมกับการให้กรดอะมิโนด้วยจะดีมาก  โดยให้ปุ๋ยทางใบอย่างต่อเนื่องทุกๆ 7-10 วันครั้ง  อาการใบเหลืองจะลดลงและต้นไม้จะเกิดการแตกยอดและสร้างใบใหม่

อาการใบเหลืองร่วงที่เกิดจากต้นไม้ถูกเชื้อราเข้าทำรายระบบราก 

สาเหตุต้นไม้ใบเหลือง ร่วง เกิดจากโรครากเน่า โคนเน่า เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราไฟทอปธอร่า มักเกิดในช่วงที่มีฝนตกชุกมีแสงแดดน้อยหรือ ต้นไม้ที่แสงแดดส่องไม่ถึงบริเวณโคนต้น ก็เสี่ยงต่อการโดนเชิ้อราเข้าทำรายระบบรากได้เช่นกัน เมื่อระบบรากถูกทำลาย การลำเลียงอาหารก็ทำได้ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นไม้ขาดสารอาหารที่จำเป็น ต้นไม้จึงแสดงอาการใบเหลืองและค่อยๆร่วง ถ้าไม่รีบแก้ไขอาจส่งผลให้ต้นไม้ตายได้

วิธีแก้ปัญหา ต้นไม้ใบเหลือง ที่เกิดจากโรครากเน่า โคนเน่า (เกิดจากเชื้อราเข้าทำลาย )

การแก้ไขโรครากเน่าโดยใช้สารเคมี  อาทิ เมทาแลกซิล โดยใช้เมทาแลกซิลในอัตราแนะนำ ผสมน้ำฉีดพ่นให้ต้นไม้ทั่วทั้งต้นและรดบริเวณโคนต้น ทุก 3-5 วันครั้ง ประมาณ 3-4 ครั้ง อาการใบเหลืองและร่วงของต้นไม้ก็จะค่อยๆลดลง เมื่อมีการแตกยอดใหม่  ใบใหม่ที่ได้ก็จะสมบูรณ์ ไม่เหลือง

ต้นไม้ใบเหลืองเพราะให้น้ำมากเกินไป  

การให้น้ำมากเกินไป ใช่ว่าจะส่งผลดีต่อต้นไม้นะครับ เหมือนกับการให้ปุ๋ยถ้าให้มากไปก็อาจทำให้ต้นไม้เกิดอาการน็อคปุ๋ยตายได้เช่นกัน  ดังนั้นสิ่งที่สำคัญเรื่องการให้น้ำกับต้นไม้ที่เราปลูก เราต้องรู้ลัษณะนิสัยว่าต้นไม้ชนิดนี้ชอบแบบใหน เช่นชอบชื้อแต่ไม่แฉะ หรือต้นไม้บางประเภทชอบน้ำมากๆ เมื่อรู้ลักษณะนิสัยของต้นไม้ที่เราปลูกแล้ว ก็ปรับการให้น้ำให้เหมาะสม เพียงเท่านี้ต้นไม้เราก็สมบูรณ์แล้วอาการใบเหลือง ใบร่วงก็จะไม่เกิดกับต้นไม้ของเราครับ

ต้นไม้ใบเหลือง เพราะให้ปุ๋ยมากเกินไป

การใส่ปุ๋ยมากเกินไป ทำให้ต้นไม้เกิดอาการน็อคปุ๋ย ทำให้ต้นไม้มีใบเหลือง และอาจทำให้ต้นไม้ที่เราปลูกถึงตายได้ครับ  ส่วนใหญ่ต้นไม้ที่มีอาการใบเหลือง ร่วง เนื่องจากการใส่ปุ๋ย โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีดังนั้นการใส่ปุ๋ยเคมีให้ใส่ครั้งละน้อยๆ โดยเฉพาะต้นไม้ที่ปลูกในกระถางเรื่องการใส่ปุ๋ยเคมีต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง และหลังจากใส่ปุ๋ยต้องให้น้ำตามให้ชุ่มทุกครั้ง

เทคนิด การใส่ปุ๋ยเคมีใส่อย่างไร ไม่ทำให้ต้นไม้ใบเหลือง

ปุ๋ยเคมีให้ใส่ครั้งละน้อยๆ แต่ให้บ่อยๆ และต้องให้น้ำหลังจากให้ปุ๋ยทุกครั้ง  การใส่ปุ๋ยวิธีนี้จะทำไห้ต้นไม้เราได้รับปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นไม้โตไว สมบูรณ์

ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ,ปุ๋ยปลา,ผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ
ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ปุ๋ยน้ำชีวภาพจากปลาทะเล สูตรเข้มข้นพิเศษ แก้ปัญหาพืชขาดสารอาหาร เร่งใบเขียว ฟื้นฟูต้นไม้ ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ติดต่อ-สอบถาม Line ID : cowboy9393

สำหรับใครที่กลัวมีปัญหาเรื่องการให้ปุ๋ย  กลัวว่าให้มากไปแล้วเป็นอันตรายต่อต้นไม้ แนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์  ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เพราะให้ได้สะดวกกว่าปุ๋ยเคมีเป็นอันตรายต่อต้นไม้น้อยกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี และข้อดีอีกอย่างของปุ๋ยอินทรีย์คือมีธาตุอาหารรองและจุลธาตุมากกว่าปุ๋ยเคมี จึงทำให้ต้นไม้ที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จะโตไวและดูดีกว่า ดูสมบูรณ์กว่า 

ต้นไม้ใบเหลือง เพราะขาดสารอาหาร

ปัญหาใบเหลืองของต้นไม้ ที่เกิดจากการขาดสารอาหาร เป็นที่รู้กันว่าพืชต้องการธาตุอาหารมากกว่า 3 ชนิด  ไม่ใช่แค่  ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียม  ดังนั้นต้นไม้จะเติบโตอย่างสมบูรณ์ ก็ต้องได้รับธาตุอาหารอย่างครบถ้วนตามที่ต้องการ  ดังการใส่ปุ๋ยบำรุงต้นไม้จึงเป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจ และต้องรู้จุดเด่นจุดด้อยของปุ๋ยแต่ละชนิด เช่นปุ๋ยเคมีจะเด่นในเรื่องของธาตุอาหารหลัก คือมีความเข้มข้นของธาตุอาหารหลักสูง ซึงธาตุอาหารหลักพวกนี้เป็นธาตุอาหารที่ต้นไม้หรือพืชต้องการในปริมาณมาก ส่วนปุ๋ยอินทรีย์จะเด่นเรื่องธาตุอาหารรองและจุลธาตุที่จำเป็น ในปัจจุบันมีการค้นพบว่าพืชต้องการธาตุอาหารอีกหลายชนิด อาทิ ธาตอาหารรองธาตุอาหารเสริม และวิตามินต่างๆซึ่งการขาดธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณน้อยเหล่านี้ จะส่งผลผลกระทบทั้งในเรื่องการเจริญเติบโต เช่น โตช้ากว่าปกติ หรือการให้ผลผลิตที่ด้อยคุณภาพรวมปริมาณผลผลิตอาจได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น  

ดังนั้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีจึงยังคงเป็นแนวทางที่ดีในการทำเกษตรเชิงพาณิชย์