ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ 5 สูตรปุ๋ยอินทรีย์น้ำคุณภาพสูง

ขายปุ๋ยอินทรีย์น้ำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ 5 สูตรปุ๋ยอินทรีย์น้ำคุณภาพสูง

ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ หรือที่เราเรียกกันว่าน้ำหมักชีวภาพ หมายถึง ปุ๋ยที่ได้จากการนำวัสดุจากธรรมชาติมาผ่านกระบวนการหมักในรูปของเหลวโดยใช้จุลินทรีย์เป็นตัวย่อยสลาย  ซึ่งสูตรการทำน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำ มีหลายสูตรที่นิยมผลิต เพื่อใช้ในการทำเกษตรอินทรีย์หรือใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีเพื่อเป็นการเสริมธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมให้กับพืช

น้ําหมักชีวภาพ ประโยชน์ประโยชน์ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ

ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่เห็นได้ชัดคือ สะดวกต่อการใช้งานเพียงแค่นำปุ๋ยอินทรีย์น้ำมาเจือจางในน้ำเปล่าตามอัตราส่วนที่กำหนดแล้วทำการฉีดพ่นให้พืชหรือลดลงดินบริเวณโคนต้นพืช นอกจากความสะดวกในการใช้งานแล้ว ปุ๋ยอินทรีย์น้ำยังมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้ใช้ ต่อพืช และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำเมื่อเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมีสำหรับผู้ที่ไม่มีความเชียวชาญในการใช้ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์น้ำน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่ง เพราะด้วยความสะดวกในการใช้งานและผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญหรือมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องปุ๋ยมากนัก สำหรับผูที่ชื่นชอบการปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเอง แนะนำให้หาปุ๋ยอินทรีย์น้ำมาใช้งานนอกจากสะดวกต่อการใช้งานแล้วเรายังได้รับประทานผักปลอดสารพิษอีกด้วย

ธาตุอาหารในปุ๋ยอินทรีย์น้ำ

ปริมาณหรือจำนวนธาตุอาหารที่พบในปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำซึ่งในปัจจุบันได้ค้นพบว่าปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ใช้พืชเป็นวัตถุดิบในการผลิตจะให้แร่ธาตุสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชน้อยกว่าปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ใช้ส่วนประกอบของสัตว์ในการผลิต

แต่ถึงอย่างไรก็ตามปุ๋ยอินทรีย์น้ำก็มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชครบเกือบทุกธาตุ ไม่ว่าจะเป็นธาตุอาหารหลักอย่างไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม และธาตุอาหารรองรวมถึงจุลธาตุที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

ถึงแม้จะมีในปริมาณไม่มากแต่ก็อยู่ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของพืช อย่างไรก็แล้วแต่เราควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำร่วมกับปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุอาหารหลัก อย่างไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม ร่วมด้วยจะเป็นประโยชน์ต่อพืชอย่างชัดเจนกว่าการใช้ปุ๋ยอย่างใดอย่างหนึ่ง

การ ผลิต ปุ๋ย อินทรีย์ น้ำ

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำในปัจจุบันได้มีหน่วยงานนำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ หรือน้ําหมักชีวภาพไปทำการทดสอบ เพื่อหาสูตรที่ให้ธาตุอาหารพืชมากที่สุด และพบว่ามีปุ๋ยอินทรีย์น้ำหรือน้ำหมักชีวภาพเพียงไม่กี่สูตรเท่านั้น ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมต่อการนำมาใช้ ซึ่งวันนี้เราได้นำสูตรการผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำคุณภาพสูงมาฝากผู้ที่สนใจผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำไว้ใช้เอง

ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ คุณภาพ สูงนี่คือ 5 สูตรปุ๋ยอินทรีย์น้ำคุณภาพสูง

สูตรที่ 1  น้ำหมักชีวภาพ จากหน่อกล้วย

ใช้ปรับปรุงดิน ปรับสภาพน้ำ ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เร่งการเจริญเติบโตของพืช ใช้กำจัดกลิ่นเหม็นในคอกสัตว์ย่อยสลายอินทรียวัตถุ และฟางในนาข้าว

วัสดุที่ต้องเตรียม

  • หน่อกล้วยต้นเล็กๆ หรือมีใบธงจำนวน 3 ใบ สูงประมาณ 1 เมตร 3 กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
  • น้ำ 1 ลิตร

วิธีการทำ

  • นำหน่อกล้วยมาสับให้ละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆ สามารถใช้ได้ทั้งราก โดยไม่ต้องล้างน้ำ
  • จากนั้นนำหน่อกล้วยที่ได้มาชั่งน้ำหนัก
  • ละลายกากน้ำตาลในน้ำ 1 ลิตรคนให้เข้ากัน
  • เติมกากน้ำตาลที่ละลายน้ำ 1 ลิตร เทลงถังคลุกเคล้า
  • ปิดฝาตั้งไว้ที่ร่ม หมักทิ้งไว้ 7 วัน สามารถนำมาใช้ได้ (เก็บได้นาน 6 เดือน)

การนำไปใช้

  • ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหรือน้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย 20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร นำมาฉีดพ่น หรือรดต้นไม้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • ใช้ปรับปรุงโครงสร้างของดิน ในการใช้แต่ละครั้งไม่ควรเกิน 5 ลิตรต่อไร่
  • ปรับปรุงคุณภาพน้ำในร่องสวน ใช้น้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย 1 ลิตร ต่อน้ำ 10,000 ลิตร
  • ล้างทำความสะอาด คอกสัตว์ ใช้น้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย 1 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว

น้ำหมักชีวภาพจากเศษอาหารสูตรที่ 2 น้ำหมักชีวภาพ จากเศษอาหาร

คุณสมบัติในการบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น ลดกลิ่นเหม็นตามท่อระบายน้ำและทำความสะอาดคอกสัตว์

วัสดุที่ต้องเตรียม

  • เศษอาหารในครัวเรือน 3 กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล 2 กิโลกรัม (หรือน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม)
  • น้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย 200 ซีซี (ประมาณ 1 แก้ว) หรือใช้สารเร่ง พด.6
  • น้ำ 1 ลิตร (หากเศษอาหารมีน้ำแกงอยู่แล้วไม่ต้องเติมน้ำเปล่าเพิ่ม)

วิธีทำ

  1. ชั้งน้ำหนักเศษอาหารที่ได้ในครัวเรือน
  2. เทกากน้ำตาล 2  กิโลกรัม กับน้ำในถังหมัก
  3. ละลายส่วนผสมให้เข้ากัน
  4. เทเศษอาหารลงในถังหมัก
  5. คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
  6. เติมจุลินทรีย์ลงในถัง หมักทิ้งไว้ 14 วัน ผิดฝาตั้งทิ้งไว้ในร่ม

การนำไปใช้

  • ใช้บำบัดน้ำเสียและขัดกลิ่นเหม็น อัตราการใช้ 1 ลิตรต่อน้ำเสีย 10 ลูกบาศก์เมตร ทุกๆ 10 วัน
  • ใช้ทำความสะอาดพื้นและคอกปศุสัตว์ อัตราการใช้ เจือจางด้วย น้ำ 1 ต่อ 10 ราดให้ทั่วพื้นที่ทุกๆ 3 วัน

น้ำหมักชีวภาพจากนมสูตรที่3 น้ำหมักชีวภาพ จากนม

ประโยชน์มีกรดแลคติดที่ช่วยทำให้ดินร่วนซุย มีสารส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชกลุ่มออกซิน ไซโตไคนิน ปริมาณธาตุอาหารหลัก และธาตุอาหารรอง ที่ช่วยบำรุงต้น และกระตุ้นยอดอ่อนของพืช

วัสดุที่ต้องเตรียม

  • นมสด 10 กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม (หรือน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม)
  • น้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย 200 ซีซี (ประมาณ 1 แก้ว)

วิธีการทำ

  1. นำนมสด ตวงใส่ภาชนะให้ได้ 10 กิโลกรัม
  2. เทนมสดลงถังหมัก
  3. จากนั้นเติมน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
  4. เติมจุลินทรีย์หน่อกล้วย 200 ซีซี
  5. คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 14 วัน
  6. ในกระบวนการหมักจะเกิดการแยกชั้นเป็น 2 ส่วน โดยด้านนมจะเกิดเป็นชั้นไข ด้านล่างเป็นน้ำใส ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้ง 2 ส่วน

การนำไปใช้

ใช้เป็นน้ำยาเร่งราก ตัดชิ้นไขที่เกิดด้านบน 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำ 10 ลิตร ผสมให้เข้ากัน แล้วนำกิ่งพันธุ์พืชแช่ไว้ประมาณ 10 นาที แล้วจึงนำไปปลูกในถุงปักชำ (ยากยังไม่ใช้สามารถตักชิ้นไขเก็บรักษาในตู้เย็นไว้ได้)

ใช้บำรุงต้น กระตุ้นยอดอ่อน ใช้น้ำหมักฯ ที่เป็นชั้นน้ำใสด้านล่าง อัตรา 10-20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นด้นพืช สัปดาห์ละครั้ง

 

น้ําหมักชีวภาพ-emสูตรที่ 3 น้ำหมักชีวภาพ จากไข่ (ฮอร์โมนไข่)

วัสดุที่ต้องเตรียม

  • ไข่ไก่ทั้งเปลือก 2 กิโลกรัม
  • ยาคูลท์ 1 วด
  • ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก
  • น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
  • น้ำสะอาด 1 ลิตร

วิธีการทำ

  1. นำไข่ไก่  2 กิโลกรัม ล้างให้สะอาด ตีให้เข้ากัน ส่วนเปลือกทุบให้ละเอียด ใสา่ภาชนะที่มีฝาปิด
  2. เติมยาคูลท์ 1 ขวด แล้วคนให้เข้ากัน
  3. เติมลูกแป้งข้าวหมาก ที่บดละเอียดแล้ว 1 ลูก
  4. เติมน้ำตาลทรายแดง คนให้ละลายเข้ากันกับไข่
  5. เติมน้ำสะอาดลงไป 1 ลิตร คนให้เข้ากัน
  6. คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 14 วัน จึงนำไปใช้

การนำไปใช้

น้ำหมักชีวภาพจากไข่ 10-20 ซีซี ผสมน้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย 10-20 ซีซี ในน้ำ 20 ลิตร รดลงดินหรือฉีดพ่นได้กับพืชทุกชนิด สัปดาห์ละครั้ง

ใช้กับสัตว์ 1 ซีซีต่อน้ำ 5 ลิตร คลุกให้หัวอาหารหรือผสมน้ำ

น้ำหมักชีวภาพสูตรเข้มข้นสูตรที่ 4 น้ำหมักชีวภาพ สูตรเข้มข้น (อาหารจานด่วน)

ช่วยให้ดินนาข้าวร่วนซุย และทำให้ต้นข้าวสามารถเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งยังเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ต้นข้าวอีกด้วย

วัสดุที่ต้องเตรียม

  • น้ำหมักชีวภาพนม 3 ลิตร
  • น้ำหมักชีวภาพจากไข่ 1 ลิตร (ฮอร์โมนไข่)
  • น้ำหมักชีวภาพจากหน่อกล้วย 1 ลิตร (จุลินทรีย์หน้อกล้วย)

วิธีการทำ

  1. นำนมหมัก 3 ลิตร เมลงถังที่มีฝาปิด
  2. เติมจุลินทรีย์หน่อกล้วย  1 ลิตร
  3. จากนั้นเติมฮอร์โมนไข่ 1 ลิตร คนให้เข้ากัน
  4. หมักทิ้งไว้ 14 วัน (ปิดฝาไม่ต้องสนิทและตั้งไว้ในที่ร่ม) หมั่นคนทุกวันเมื่อครบ 14 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้

การนำไปใช้

  1. พืชทั่วไป ใช้อัตรา 10-20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบทุก 10 วัน
  2. พืชตระกูลส้ม มะนาว ใช้อัตรา 50 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นหรือรถลงดิน ทุก 1 เดือน ช่วงกำลังเจริญเติบโต ก่อนออกดอกและช่วงติดผล
  3. ข้าว ช่วงเตรียมดินใช้อัตรา 5 ลิตร ผสมน้ำ 1,000 ลิตร ต่อไร่ ฉีดพ่นหรือรดลงดิน ระหว่างเตรียมดินหรือก่อนไถกลบตอซัง แล้วไถพรวนทิ้งไว้ 15 วัน ช่วงการเจริญเติบโต ใช้อัตรา 5 ลิตรต่อไร่ เมื่อข้าวอายุ 30 50 และ 60 วัน โดยเทลงนาข้าวพร้อมการไขน้ำเข้าแปลงนา

น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้สูตรที่ 5 น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ (ฮอร์โมนผลไม้สุก กระตุ้นการเจริญเติบโต)

เนื่องจากในผลไม้สุกมีฮอร์โมนที่มีความสามารถเร่งการเจริญเติบโตในพืชจำนวนมาก จึงได้มีการประยุกต์นำผลไม้สุกมาทำเป็นน้ำหมัก หรือฮอร์โมนผลไม้เพื่อใช้กระตุ้นการเจริญเติบโตในพืช และเสริมสร้างความแข็งแรง บำรุงดิน ส่งเสริมคุณภาพผลผลิต ในการทำเกษตร โดยสามารถใช้ EM ผลไม้ทดแทนการซื้อฮอร์โมนสังเคราะห์ อาทิเช่น จิ๊บเบอร์ลิน ออกซิน ไซโตไคนิน ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยเร่งการเจริญเติบโตในพืชทุกชนิด ดังนั้นการนำผลไม้สุกมาทำน้ำหมักชีวภาพโดยใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลาย ได้น้ำหมักชีวภาพที่มีฮอร์โมนช่วยเร่งการเจริญเติบโตในพืช ช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก ซึ่งสูตรการทำฮอร์โมนผลไม้สุกก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมีวิธีการผลิตดังต่อไปนี้

ส่วนผสมโดยประมาณ

  1. กล้วยน้ำว้าสุก จำนวน 2 กิโลกรัม
  2. ฟักทองแก่จัด จำนวน 2 กิโลกรัม
  3. มะละกอสุก จำนวน 2 กิโลกรัม
  4. EM จำนวน 40 ซีซี
  5. กากน้ำตาล จำนวน 40 ซีซี
  6. น้ำสะอาด จำนวน 10 ลิตร

วิธีการทำ

สับกล้วย ฟักทอง และ มะละกอทั้งเปลือกและเมล็ดให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปใส่ในภาชนะหมักขนาดบรรจุ 20 ลิตรเท อีเอ็ม กากน้ำตาล และ น้ำตาม ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝา ตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม นาน 7 วัน เมื่อครบกำหนดให้กรองเอาแต่น้ำหมัก ใส่ขวดพลาสติกแบบมีฝาปิดแน่น เพื่อเก็บไว้ใช้งาน ตั้งวางขวดน้ำหมักไว้ที่อุณหภูมิห้อง ไม่มีแสงแดดส่องถึง สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน ประมาณ 3 เดือน ส่วนกากเหลือจากการหมัก ให้นำไปฝังดินกลบเป็นปุ๋ยพืช

การนำน้ำหมักไปใช้กับพืช

สามารถใช้เช่นเดียวกับฮอร์โมนสังเคราะห์ดังกล่าวข่างต้น โดย นำน้ำฮอร์โมน อัตรา 20 ซีซี หรือ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำสะอาด จำนวน 5 ลิตร ฉีดพ่น หรือ รดต้นไม้ จะช่วยให้ต้นไม้ติดดอกออกผลได้ดี ยิ่งใช้ในช่วงต้นไม้ใกล้ออกดอกให้ผล ยิ่งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือนำส่วนที่เป็นไขมันเหลืองๆ ในถังหมัก ไปใช้ทากิ่งตอน กิ่งชำ ใช้ลักษณะเดียวกับออกซิน จะช่วยเร่งการแตกร่างของกิ่งปักชำและกิ่งตอนได้ดีมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ศึกษาและพัฒนเขาหินซ้อน (http://www.khaohinsorn.com/)