ถาม-ตอบ

น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเลมีประโยชน์หรือไม่

ตอบ มีประโยชน์ ครับ เป็นที่รู้กันดีว่าในน้ำหมักชีวภาพแต่ละชนิดหรือแต่ละสูตร จะมีสารอาหารแร่ธาตุที่พืชต้องการในปริมาณมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาทำน้ำหมัก

แต่จากการศึกษาเรื่องการทำปุ๋ยชีวภาพต่างๆในหลายๆหน่วยงานรวมถึงเกษตรกรบางท่านที่ได้ศึกษาและทดลองใช้น้ำหมักประเภทต่างๆ

ได้ค้นพบว่า น้ำหมักที่ทำจากปลาทะเลนั้นให้สารอาหารในปริมาณที่มากกว่าอย่างชัดเจน และที่สำคัญในน้ำหมักที่ทำจากปลาทะเลจากการศึกษาพบว่า มีสารอาหารเกือบครบทุกธาตุที่พืชต้องการ

ใช้น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอยแล้ว ถ้าไม่ใส่ปุ๋ยเคมีเลยสารอาหารพืชจะเพียงพอหรือไม่ และควรใช้น้ำหมักปลาทะเลคาวบอยกี่ครั้งต่อเดือน

ตอบ สำหรับน้ำหมักปลาทะเล คาวบอยแพล้นฟู้ดนั้น เป็นน้ำหมักชนิดเข้มข้นพิเศษ

จึงมีสารอาหารที่พืชต้องการอยู่ในปริมาณมากพอสมควร ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม

รวมถึงกรดอะมิโน และวิตตามินต่างๆที่พบในน้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การใช้น้ำหมักปลาคาวบอยร่วมกับปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์ก็จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

คำแนะนำสำหรับพืชแต่ละชนิด

พืชผักอายุสั้น (พืชกินใบ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง เป็นต้น)  : ใช้น้ำหมักปลาทะเลคาวบอยตั้งแต่เริ่มเตียมแปลงปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต

หลังการไถพรวนและตากดินแล้ว ใช้ น้ำหมักปลาทะเลคาวบอย 1 ลิตรผสมน้ำ 200 (1:200) ฉีดพ่นลงดินให้ทั่วแปลงปลูกทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์

เมื่อต้นกล้ามีอายุได้ 7- 15 วัน ใช้น้ำหมักปลาทะเลตรา คาวบอย อัตราส่วน (1:1000) 20 ซีซี ต่อน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่น 1-2  ครั้งต่อสัปดาห์ หรือ ประมาณเดือนละ 3-4 ครั้ง จนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต

พืชผักอายุสั้น (พืชทานผล เช่นมะเขือ แตงกวา )  : ใช้น้ำหมักปลาทะเลคาวบอยตั้งแต่เริ่มเตียมแปลงปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต

หลังการไถพรวนและตากดินแล้ว ใช้ น้ำหมักปลาทะเลคาวบอย 1 ลิตรผสมน้ำ 200 (1:200) ฉีดพ่นลงดินให้ทั่วแปลงปลูกทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์

เมื่อต้นกล้ามีอายุได้ 7- 15 วัน ใช้น้ำหมักปลาทะเลตรา คาวบอย อัตราส่วน (1:1000) 20 ซีซี ต่อน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่น 1-2  ครั้งต่อสัปดาห์ หรือ ประมาณเดือนละ 3-4 ครั้ง

และหยุดฉีดพ่นก่อนพืชออกดอก 1 เดือน โดยเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารตัวกลางและตัวท้ายสูงแทน

ไม้ผล และพืชตะกูลส้ม : ใช้น้ำหมักปลาทะเลตรา คาวบอย อัตราส่วน (1:1000) 20 ซีซี ต่อน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์

หรือ ประมาณเดือนละ 3-4 ครั้ง หรือใช้ น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอย ฉีดพ่นลงดิน 2 สัปดาห์ต่อครั้ง หรือประมาณเดือนละ 2 ครั้ง

และให้หยุดการให้น้ำหมักปลาก่อนที่พืชออกดอกประมาณ 1 เดือน โดยให้เปลี่ยนมาให้ปุ๋ยเกร็ดหรือปุ๋ยที่มีธาตุอาหารตัวกลางสูงแทน

จนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต และหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ใช้ น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอย ทำการฉีดพ่นทั้งทางใบและลงดินบริเวณโคนต้น เพื่อบำรุงฟื้นฟูต้นต่อไป

ยางพารา : ใช้น้ำหมักปลาทะเลตรา คาวบอย อัตราส่วน (1:500)  ฉีดพ่นลงดินในสวนยาง  1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ หรือ ประมาณเดือนละ 3-4 ครั้ง

ปาล์มน้ำมัน : ใช้น้ำหมักปลาทะเลตรา คาวบอย อัตราส่วน (1:500)  ฉีดพ่นลงดินในสวน  1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ หรือ ประมาณเดือนละ 3-4 ครั้ง

น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์หรือไม่

ตอบ น้ำหมักปลาทะเลเข้นข้น ตราคาวบอยอุดมด้วยกรดอะมิโนโปรตีนและแร่ธาตุอื่นๆอีกมาก ซึ่งเป็นแหล่งอาหารอย่างดีสำหรับจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช

ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ และเร่งกิจกรรมต่างๆของจุลินทรีย์ให้เกิดเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดการปลดปล่อยสารอาหารออกมาในปริมาณที่เพิ่มขึ้น

น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอย มีความเป็นกรดสูงหรือไม่ และความเป็นกรดสูงจะเป็นอันตรายต่อพืชหรือไม่

ตอบ น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอย ในขั้นตอนการผลิต เรามีการตรวจสอบค่าความเป็นกรดด่าง แล้วทำการปรับความเป็นกรดด่างให้ได้ค่าที่เหมาะสมไม่เป็นอันตรายต่อพืช

ซึ่งแตกต่างจากน้ำหมักชีวภาพทั่วไปเมื่อการหมักเสร็จสมบูรณ์แล้วจะมีความเป็นกรดสูง การนำไปใช้จึงต้องใช้ในความเข้มข้นน้อยๆ เช่น 1:1000 หรือ 1:500   

น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอย กับน้ำหมักปลาน้ำจืด และน้ำหมักชีวภาพจากหอยเชอรี่ อย่างใหนมีสารอาหารมากกว่ากัน 

ตอบ น้ำหมักปลาทะเลมีสารอาหารมากกว่า มีงานวิจัยและทดสอบหาปริมาณสารอาหารที่จำเป็นต่อพืช ในน้ำหมักแต่ละชนิด จากการศึกษาวิจัยหลายๆที่ ก็ให้ผลในทางเดียวกันว่า น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเลนั้นให้ปริมาณสารอาหารที่จำเป็นต่อพืชมากที่สุด

น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอย มีธาตุอาหารหลัก N P K น้อยกว่าปุ๋ยเคมี หากต้องการใช้น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเลให้เกิดประโยชน์สูงสุดเทียบเท่าการใช้ปุ๋ยเคมีต้องทำอย่างไร

ตอบ  ในน้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอยนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบเกือบทุกธาตุ แต่อาจจะมีธาตุอาหารหลัก

ในปริมาณที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการเพราะปลูกพืชบางชนิด เช่นไม้ผลต่างๆ ดังนั้นต้องใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ หรือเสริมด้วยปุ๋ยเคมี

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การใช้น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้น ตราคาวบอย ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และยังช่วยปรับปรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มีชีวิต และเพิ่มผลิตมากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว 

ในน้ำหมักปลาทะเลมีเชื้ออะไรที่เป็นโทษกับทุเรียน หรือ สนับสนุนเชื้อไฟทอปทอร่า (รากเน่า-โคนเน่า) ให้รุนแรงขึ้น

ตอบ น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอย สามารถนำไปฉีดพ่นทางใบหรือฉีดพ่นลงดินกับต้นทุเรียนได้ทุกระยะการเจริญเติบโต

ยกเว้นในช่วงที่มีโรคระบาด ได้แก่ โรครากเน่า โคนเน่า โรคใบติด โรคแอนแทรกโนส โรคราสีชมพู โรคใบจุดสาหร่าย และอื่นๆ เนื่องจากในข่วงที่เกิดโรคระบาด

จุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืชจะมีปริมาณมาก และครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ เช่น ใบ ลำต้น กิ่ง และ รากของทุเรียน จุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุโรคพืชเหล่านี้จะได้สารอาหารจากน้ำหมักปลา

ทำให้การระบาดของโรครุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตามในน้ำหมักปลาจะมีทั้งจุลินทรีย์ที่ยับยั้งการเจริญของเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคพืช

และจุลินทรีย์ที่ส่งเสริมการเจริญของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืช เช่น ไฟทอปทอร่า ด้วย จุลินทรีย์ดีและไม่ดีทั้ง 2 กลุ่มนี้ จะมีวงจรชีวิตสลับกันไปตามช่วงเวลาการหมัก

ถ้าเกิดมีการน้ำหมักปลาทะเลไปใช้ในช่วงที่กลุ่มจุลินทรีย์ยับยั้งการเจริญเชื้อราสาเหตุโรคพืชมีปริมาณมาก น้ำหมักปลาทะเลก็จะสามารถใช้ป้องกันการก่อให้เกิดโรคของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้

แต่ถ้านำไปใช้ในช่วงที่กลุ่มจุลินทรีย์สนับสนุนการเจริญเชื้อราสาเหตุโรคพืชมีปริมาณมาก ก็จะทำให้เกิดโรคระบาดรุนแรงมากขึ้น

เราจะทราบได้อย่างไรว่าใช้น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้นคาวบอยในช่วงใหนที่จะไม่ส่งเสริมการก่อให้เกิดโรคพืชได้

ตอบ ไม่สามารถกำหนดได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นการใช้น้ำหมักปลาหรือน้ำหมักชีวภาพ ควรใช้อย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรใช้ในขณะที่มีการระบาดของโรคพืชอย่างรุนแรง